กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ในบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างจะกว้างนั้นปัญหาในการที่จะออกแบบห้องและตกแต่งห้องต่างๆไม่ว่าจะห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องครัวหรือว่าห้องอ่านหนังสือของลูกๆมันคงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าน่าจะมีห้องที่เงียบสงบและมีสัดส่วนเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วแต่สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างจะจำกัด ซึ่งในปัจจุบันห้องที่มีขนาดเล็กเช่นห้องในบ้านเช่าหรือว่าอพาร์ทเม้นท์หรือว่าบ้านที่ถูกออกแบบมาในพื้นที่จำกัดนั้นการที่จะหามุมในการทำการบ้านให้ลูกนั้นยากมากเพราะว่าพื้นที่ใช้สอยในบ้านนั้นมันยังไม่พอเสียด้วยซ้ำวันนี้เราจะมานำเสนอการที่เราจะพิจารณาในการที่จะทำจัดแต่งมุมทำการบ้านให้ลูกอย่างไรในพื้นที่จำกัดมาฝากกัน ซึ่งคิดว่าหลายๆคนก็คงจะกำลังหาแนวทางในการหามุมทำการบ้านให้ลูกในพื้นที่จำกัดอยู่
1. สำหรับบ้านที่พื้นที่แคบมากอาจจะพิจารณาลองหาซื้อ โต๊ะเก้าอี้นักเรียน แบบพับได้ เชื่อได้ว่าจะสามารถที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกเรามีความอยากเรียนมากกว่าเดิมและทำให้เค้ารู้สึกถึงการมีพื้นที่ในการทำการบ้านของตนเองได้ เน้นไปที่พับเก็บเมื่อใช้งานเสร็จเมื่อใช้งานเสร็จอาจจะนำไปวางบนหลังตู้หรือว่าใต้เตียงที่โล่งได้ 
2. ลองเปลี่ยนจากตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กในบ้านสักตู้ที่ไม่ได้ใช้งานหรือว่าใกล้ปลดระวางแล้วแต่ยังมีความแข็งแรงอยู่แล้วนำมาดัดแลงเป็นมุมทำการบ้านลูกได้ในสไตล์โมเดิร์น วิธีการนั้นก็ไม่ได้ยาก อะไรก็แค่เปลี่ยนจากตู้สี่เหลี่ยมก็เปลี่ยนมาดึงประตูออกแล้วหาโต๊ะเก้าอี้นักเรียนมาวางเท่านั้นจะได้มุมแล้วหากระดานดำมาติดเพื่อช่วยในการเตือนความจำ ชั้นวางหนังสือก็อาจจะทำการติดตั้งในชั้นบนที่ตู้ติดผนังเพื่อให้ไม่เกะกะพื้นที่ เป็นการบิวท์อินมุมทำการบ้านของลูก เมื่อใช้งานเสร็จก็ปิดประตูตู้ก็จะดูเหมือนเป็นตู้เสื้อผ้าธรรมดา
3. หากตั้งใจหาโต๊ะมาตั้งสำหรับทำการบ้านลูกโดยเฉพาะเพราะว่าหามุมไม่ได้จริงๆนั้นใฟห้หาโตธเก้าอี้มาวางก็ได้แต่เน้นในเรื่องของของความปลอดภัยเป็นหลักจะต้องตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะ
โดยทดลองดึงลิ้นชัก หากลิ้นชักมีความแข็งแรงและเลื่อนออกได้สะดวก แสดงว่าโต๊ะนั้นผลิตด้วยวัสดุที่ดีและผลิตจาก โต๊ะสามารถที่จะรองรับน้ำหนักของเด็กได้ บริเวณเหลี่ยมมุมของโต๊ะนั้นมันมีความแหลมคมจนเป็นอันตราย
2
ธุรกิจ งาน / พฤติกรรมดีๆ ที่จะช่วยให้คุณมีผมสวยได้ไม่ยาก
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2018, 08:36:27 AM »
ผมสวย เป็นสุดยอดความปรารถนาของใครหลายๆ คน ไม่เพียงแต่มองดูสวยงาม เป็นทางเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันเป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องระมัดระวังในเรื่องทรงผม หรือเสียเวลากับการดูแลเส้นผมระหว่างวัน
ถ้าคุณอยากมีผมสวย เราขอแนะนำ 5 พฤติกรรมดีๆ ที่ช่วยให้คุณมีผมสวยที่คุณไม่ควรพลาดที่จะลองปฏิบัติกันดูค่ะ มีดังต่อไปนี้
1. กินอาหารบำรุงผม
เส้นผมก็ต้องการสารอาหารที่ดีเพื่อเข้าไปบำรุงฟื้นฟูเหมือนกับอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงจัดว่าเป็นก้าวแรกสู่การมีสุขภาพผมที่แข็งแรง โดยการเลือกทานอาหารที่มีธาตุไอโอดีน ผักใบเขียวเข้ม ผู้ที่มีปัญหาผมบาง นอกจากจะหา แชมพูแก้ผมร่วง มาใช้แล้ว ให้เน้นการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง จะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของเส้นผมได้
2. อย่าสระผมทุกวัน
การสระผมทุกวัน ไม่ได้ช่วยทำให้เส้นผมมีสุขภาพดีอย่างที่หลายคนคิด การสระผมบ่อยๆ มีส่วนทำให้เส้นผมอ่อนแอ เพราะไขมันที่เคลือบอยู่บนเส้นผม ถูกชำระล้างออกไป โดยเฉพาะผู้ที่มีหนังศีรษะแห้ง การสระผมทุกวัน ยิ่งทำให้เกิดปัญหารังแคได้ง่าย ดังนั้นควรสระผมวันเว้นวัน เป็นวิธีที่ดีที่สุด
3. บำรุงด้วยครีมนวด
ความร้อนจากไดร์เป่าผม เป็นตัวการหนึ่งที่คอยทำลาย ทำให้เส้นผมแห้งเสีย หลังสระผมทุกครั้ง ควรมีการบำรุงหนังศีรษะและเส้นผมด้วยครีมนวดก็จะทำให้เส้นผมได้รับการบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เส้นผมดูเงางาม นุ่มสลวยเป็นธรรมชาติ และช่วยป้องกันผมแห้งเสียที่เกิดจากความร้อนได้เป็นอย่างดี
4. ไม่ควรทำสีผมบ่อย
ปัญหาผมแห้งเสียสำหรับหลายคนเกิดจากการทำสีผมบ่อยมากจนเกินไป จนเส้นผมอ่อนแอ การทำสีผมเป็นการทำลายเส้นผมอย่างรุนแรง เพราะในน้ำยาย้อมผมมีสารเคมีที่รุนแรง ทำให้ผมแห้งกร้านชี้ฟู ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบสีผมบ่อยๆ จะต้องเผชิญกับปัญหานี้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงควรบำรุงผม และหลีกเลี่ยงการทำสีผมบ่อยเกินไป
5. หมักผมบ่อยๆ
การหมักผมเป็นวิธีดูแลเส้นผมที่ดี ทำให้เส้นผมได้รับการฟื้นบำรุงอย่างล้ำลึก ทำให้ผมที่แห้งเสียกลับมามีสุขภาพดี ลองหมักผมอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ด้วยการใช้ไข่กับน้ำมันมะกอกผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ ก็ช่วยฟื้นบำรุงให้เส้นผมกลับมานุ่มสลวยมีน้ำหนักเงางามอีกครั้ง
ถ้าคุณอยากมีผมสวย สลวยเงางาม ก็ไม่ควรพลาดที่จะนำ 5 วิธีการดีๆ ที่เรานำมาแบ่งปันนี้ไปลองปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าผมของคุณจะสวยขึ้นอย่างแน่นอน
3
ธุรกิจ งาน / สาเหตุบางประการของอาการผมร่วง
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 20 พฤศจิกายน 2018, 09:10:21 AM »
เส้นผม เป็นเหมือนสิ่งจำเป็นของร่างกายอย่างหนึ่ง ที่นอกจากจะช่วยปกคลุมศีรษะแล้ว ยังช่วยให้เกิดความสวยงามอีกด้วย
อาการ ผมร่วงหลังคลอด นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงสาเหตุบางประการของอาการผมร่วงที่เราอาจมองข้ามไป มีดังนี้
ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด หรือยาที่มีส่วนผสมของกลุ่มฮอร์โมน คุณอาจต้องเจอกับปัญหาผมร่วงมากกว่าเนื่องมาจากผลข้างเคียงจากยาได้ ซึ่งกรณีนี้คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาต่อไป
กรรมพันธุ์
ถ้าครอบครัวของคุณเป็นคนศีรษะบาง ก็มีแนวโน้มที่คุณจะผมร่วงได้ง่าย และร่วงมากกว่าคนอื่น ซึ่งทำให้ศีรษะบางหรือล้านก่อนวัยอันควรได้
คลอดบุตร
หลังคลอดบุตร อาจเกิดอาการแปลกๆ เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดอาการผมร่วงได้เช่นกันในผู้หญิงที่เพิ่งคลอดลูก และบางรายอาจมีอาการในขณะที่ตั้งครรภ์ได้อีกด้วย
การนวดศีรษะด้วยมือเป็นประจำ วันละไม่กี่นาที จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ นอกจากนี้ คุณอาจจะนวดศีรษะด้วยวิตามินอี น้ำมันดอกวาเดอร์ นวดด้วยน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ น้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น หรือนอนให้ศีรษะต่ำกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเป็นบางช่วง เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ไปที่บริเวณศีรษะ โดยให้ทำครั้งละ 15 นาทีต่อวัน
นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้สมุนไพรป้องกันผมร่วง เช่น ใช้ใบสดซองแมว (Gmelina villosa Roxb) นำมาตำพอกศีรษะ, ดอกแค (Sesbania grandiflora Poiret ), วุ้นว่านหางจระเข้, ชาเขียว นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในชาเขียวยังช่วยป้องกันผมร่วงรวมถึงการเร่งให้เส้นผมเจริญเติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยการต้มน้ำชาเขียวสัก 2 ถุงต่อน้ำ 1 ถ้วย จากนั้นทิ้งไว้ให้อุ่นพอประมาณ แล้วนำมาใช้ชโลมให้ทั่วหนังศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะล้างออก เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาผมร่วงผมบาง คุณควรรีบหาทางแก้ไข หรือหากเป็นจนผิดสังเกต ควรไปพบแพทย์เพื่อหาทางรักษาโดยด่วน อย่าปล่อยไว้เนิ่นนานจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะศีรษะล้านจนยากจะแก้ไขได้
4
ผิวหนัง คือ เกราะกำบังเราจากแสงแดด อีกทั้งยังป้องกันสิ่งแปลกปลอม สารก่อให้เกิดความระคายเคือง และสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งผิวหนังนั้นจะมีชั้นไขมันบางๆ ซึ่งช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและช่วยคงสภาพผิวให้อ่อนนุ่ม และเมื่อไหร่ก็ตามที่ผิวถูกผิวหนังทำร้าย  ผิวของคุณจะสูญเสียความชุ่มชื้น ขาดน้ำและแห้งตึง ดังนั้นลองมาทำความรู้จักกับสาเหตุของปัญหาผิวแห้งเสียก่อนทำการทานอาหารเสริมอย่าง อาหารเสริม boom กันเถอะ
1. อากาศแห้ง หน้าหนาวอย่าง ความชื้นในอากาศจะต่ำลงเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งหยาบ และดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวหนัง ดังนั้นเมื่อเราหลีกเลี่ยงอากาศหนาวไม่ได้ทำได้เพียงอย่างเดียวคือ การทาโลชั่นเพื่อทำการบำรุง 
2. อากาศหนาว อย่างที่ทราบกันว่าอากาศที่หนาวเย็นเป็นผลให้ทำให้เส้นเลือดหดตัว  ดังนั้นการที่จะทำให้ผิวไม่เสียคือ การโลชั่นบำรุงพร้อมกับการออกกำลังกายเพื่อที่จะทำให้เลือดสูบฉีด
3. มลภาวะในอากาศ เช่น ฝุ่นควันเสีย ควันจากอาหาร  ฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือว่าฝุ่นละออง ทำให้สารตกค้างที่ผิวหนังสุดท้ายส่งผลให้ผิวพรรณเสื่อม ดูหมองคล้ำ
4. สภาวะความเครียด ความเครียดเป็นสาเหตุของการที่เรานั้นสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ร่างกายไม่แปรปรวน ทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดส่งผลทำให้ผิวพรรณไม่สดใส เปล่งปลั่งด้วย
5. รับประทานอาหารที่มีสารพิษตกค้าง ในอาหารหลายชนิดมีสารเคมีปนเปื้อนจากการปลูก ทำให้การรับประทานเข้าไปแทนที่จะบำรุงผิวพรรณและร่างกาย สุดท้ายกลับทำให้ผิวพรรณไม่สดใส เซลล์เสื่อม แก่เร็ว สารได้แก่ สารกันบูด สารกันรา ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
6. การสูบบุหรี่ บุหรี่นอกจากจะทำให้เกิดผลเสียต่อปอดแล้วยังเป็นอีกสาเหตุที่ไป ทำให้หลอดเลือดหดตัว และทำให้การส่งสารอาหารไปตามหลอดเลือดแย่ลง การทำทำงานของระบบต่างๆในร่างกายล้มเหลว สุดท้ายผิวหนังไม่สดใสนั้นเอง
7. เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น น้ำชา กาแฟ หรือว่าแม้นแต่แอลกอฮอล์ ก็ตามจะส่งทำให้ร่างกายร่างกายขาดน้ำจนเกิดรอยเหี่ยวย่น ผิวหนังไม่เต่งตึง
8. แสงแดดและแสงไฟที่สว่างจากจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ที่มีแสงสีฟ้าหรือว่าแสงนีออน ทำให้ผิวหนังคล้ำขึ้น ผิวหนังไม่เปล่งปลั่ง 
5
ธุรกิจ งาน / ดูแลผิวหน้าง่าย ๆ ให้ ไร้สิวและริ้วรอย
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 04 พฤศจิกายน 2018, 08:13:05 AM »
เรื่องของผิวพรรณเป็นเรื่องที่สาวๆให้ความสำคัญกันมากโดยเฉพาะผิวบริเวณใบหน้านั้นมีความสำคัญอย่างมาก แต่สาวๆหลายๆคนนั้นยังไม่ได้รู้จักวิธีการดูแลใบหน้าอย่างถูกวิธี ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูแลและทำการบำรุงรักษาใบหน้าของเราให้เรียบเรียนไร้ปัญหาริ้วรอยได้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ทานอาหารเสริมอย่างผลิตภัณฑ์ joliena plus หรือว่าการทาครีมราคาแพงๆแต่เพียงอย่างเดียวแล้วมันจะเอาอยู่จะต้องอาศัยการดูแลใบหน้าจากตัวเราเองควบคู่กันไปด้วย วันนี้เรามาวิธีการในการดูแลใบหน้าของเรามาฝากกันมาดูกันเถอะ

1. ต้องรู้จักใบหน้าของตนเองก่อน หากเรารู้จักกับสภาพผิวหน้าของเรานั้นจะทำให้เรานั้นจะเข้ามาช่วยกันบำรุงใบหน้าได้อย่างถูกต้องได้ ผิวของเราไม่เหมือนกันทั้ง ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม หรือผิวแพ้ง่าย ดังนั้นต้องรู้จักก่อนว่าผิวหนังของเรานั้นอยู่ในประเภทใดกันแน่ จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับใบหน้าของเรามากที่สุดเพื่อให้การใช้ครีมหรือว่าผลิตภัณฑ์ได้ผลมากที่สุด
2. ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน ไม่นอนทั้งที่ใบหน้ามีเครื่องสำอางอยู่ การล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งก่อนเข้านอนทุกครั้งเพื่อให้ใบหน้าสะอาดและรูขุมขนไม่อุดตันเพื่อให้ในเวลากลางคืนผิวหน้าเราจะฟื้นฟูและได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
3. สครับผิวเพื่อการบำรุงผิวเพื่อการผลัดเซลล์ผิว เมื่ออายุเพิ่มมากยิ่งขึ้นประสิทธิภาพในการที่ผลัดเซลล์ที่ตายให้หลุดออกไปนั้นจะช้าลง ดังนั้นการสครับผิวจะช่วยให้เซลล์ที่ตายไปแล้วนั้นหลุดลอกออกไปง่าย ๆ จึงทำให้เซลล์ใหม่ที่สวยสดใสกว่าเดิม
4. ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเป็นประจำ เพื่อให้ใบหน้าได้รับการปกป้องจากแสงแดดอันเป็นตัวการในการทำร้ายผิว รังสียูวีนั้นไม่ใช่แค่ทำให้ผิวคล้ำเสีย แต่อาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ดังนั้นท่องเอาไว้อย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวัน
5. เปลี่ยนมานอนหงายกันดีกว่า เพราะว่าการนอนท่าอื่นล้วนแล้วแต่ทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยจากการนอนทับได้ทั้งนั้นดังนั้นเปลี่ยนมานอนหงายเพื่อลดการเกิดริ้วรอยลนใบหน้าได้และทำความสะอาดเครื่องนอนให้สะอาดจะทำให้ไม่มีสิ่งสกปรกมาทำร้ายใบหน้าได้
6. ออกกำลังกายให้เป็นประจำและสม่ำเสมอ จะทำให้ร่างกายแข็งแรงมาก เมื่อร่างกายแข็งแรง เลือดลมสูบฉีดนั้นจะทำให้ร่างกายได้ขับเหงื่อและสุดท้ายจะได้ผิวขาวอมชมพูเลย
6
ท่องเที่ยว ทัวร์ ที่พัก / ข้อดีของกระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 30 ตุลาคม 2018, 08:20:02 AM »
กระเป๋าเดินทางนั้น เราอาจนึกถึงกระเป๋าที่เป็นทางสี่เหลี่ยม มีหลายขนาด มีล้อลาก และมีที่จับสำหรับลากจูง ซึ่งที่จริงแล้ว กระเป๋าเดินทางนั้นมีหลายแบบ

กระเป๋าเดินทาง เป็นกระเป๋าที่ผลิตขึ้นเพื่อการเก็บสัมภาระสำหรับการเดินทาง มีทั้งกระเป๋าเป้สะพายหลังแบบ Back Pack กระเป๋าแบบหิ้ว กระเป๋าแบบสะพาย และกระเป๋าแบบมีล้อลากที่ได้พูดถึงไปแล้ว เป็นต้น

สำหรับกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากนั้นจะทำมาจากวัสดุหลักๆ ออกมาเป็น 2 แบบ คือ แบบ Soft และแบบ Hard Case โดยแบบ Soft Case นั้น จะทำมาจากวัสดุจำพวกผ้า และแบบ Hard Case จะทำมาจากวัสดุไฟเบอร์ ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม
ในการเดินทางที่ต้องขึ้นเครื่องบิน หรือเป็นการเดินทางที่ต้องบรรจุของจำนวนมาก รวมถึงต้องการความปลอดภัย เรามักเลือกใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากแบบ Hard Case ซึ่งกระเป๋าเดินทางประเภทนี้มีข้อดีมากมายดังนี้
- ผลิตจากวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน ทนต่อแรงกระแทก
- ด้วยความที่ภายนอกแข็งแรง เป็นทรงไม่ยุบง่ายเหมือนกระเป๋าผ้า จึงไม่ต้องกังวลว่าเสื้อผ้าที่ขนไปจะถูกเบียดทับจนยับยู่ยี่
- อย่างที่บอกว่ากระเป๋าแบบ Hard case จะทนต่อแรงกระแทกได้ดีกว่า เวลาที่แพ็คน้ำหอม แชมพู ครีมอาบน้ำ หรือของเหลวต่างๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าขวดเหล่านี้ที่อยู่ในกระเป๋าจะถูกกระแทกจนแตกกระจาย
- กระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case กันน้ำ กันฝุ่นได้ดี หากต้องเดินทางช่วงหน้าฝน ก็ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะซึมเข้ากระเป๋าจนของข้างในเปียก
- ทำความสะอาดง่าย จะเปียก จะเลอะก็เช็ดๆ ออกได้
- เพิ่มความปลอดภัยให้กับสัมภาระภายในได้มากในการเดินทาง
- ช่วยสร้างความมั่นใจ และหมดกังวลในการดูแลกระเป๋าเมื่อต้องโหลดใต้เครื่อง หรือต้องเป็นไปตามกระบวนการของสนามบิน
- มีหลายราคาให้เลือกทั้งที่มีราคาถูกไปจนถึงราคาสูงๆ แต่คุณสามารถเลือก กระเป๋าเดินทางราคาถูก ที่มีคุณภาพได้เช่นกัน
กระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case มีข้อดีมากมาย และเหมาะสมกับการเดินทางในลักษณะที่คุณต้องการความมั่นใจในการขนของจำนวนมาก และความปลอดภัยของสัมภาระรวมถึงตัวกระเป๋า หากคุณต้องเดินทางในลักษณะดังกล่าว กระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case ก็มีความเหมาะสมกับคุณ
7
เฟอร์นิเจอร์ / เฟอร์นิเจอร์ดีๆ ที่คุณต้องมีติดบ้าน
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 06 ตุลาคม 2018, 08:57:22 AM »
เมื่อคุณย้ายบ้านใหม่ จัดบ้านใหม่ หรือต้องการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้อย่างใจ และเกิดความพึงพอใจ สิ่งที่คุณจะต้องคำนึงถึงคือการมีเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบสนองความต้องการของคุณได้
เฟอร์นิเจอร์ เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ที่ทั้งมากมายด้วยประโยชน์ใช้สอย และให้ความสวยงาม เป็นสิ่งที่ตกแต่งบ้านได้อย่างสวยงามลงตัวในแบบของคุณ เรามาดูกันว่า เฟอร์นิเจอร์ใดบ้าง ที่บ้านของเราควรมี
โซฟา
สิ่งแรกเลย คือโซฟา หรือชุดโซฟารับแขก ซึ่งมีความสำคัญในการใช้งานทั้งกับคนในบ้าน และสำหรับผู้ที่มาเยือน นอกจากนี้ ยังเป็นที่ที่สามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ตลอดวัน จะนั่งจะนอน ก็สบายใจทุกครั้ง การเลือกโซฟา คุณควรเลือกตามความชอบ และการใช้งาน เลือกวัสดุที่ชอบ สีสันที่เข้ากับบ้านของคุณ และขนาดตามความต้องการในการใช้งาน
เตียง
สำหรับเตียง ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะคนเราต้องนอนในทุกวัน เตียงจึงต้องเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของการนอนของคุณให้ได้ การนอนเตียง จะดีต่อสุขภาพมากกว่าการนอนฟูกเพียงอย่างเดียว และช่วยให้ลุกนั่ง ยืนได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น การซื้อเตียง ควรเลือกซื้อให้มีความทนทาน อาจมีราคาสูงสักหน่อย แต่มีความทนทานยาวนานและคุ้มค่ากว่า
โต๊ะรับแขก
โต๊ะที่วางอยู่ในห้องรับแขกคู่กับโซฟา เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณควรมีติดบ้านไว้ เพราะนอกจากจะสะดวกในการรับแขก คุณเองยังสามารถใช้สอยพื้นที่พักผ่อนตรงนั้นได้ครบถ้วน และสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในการเลือกโต๊ะรับแขก ก็ควรเลือกให้เข้ากับโซฟาและสไตล์ของบ้านด้วย อีกทั้งยังควรเลือกที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก เพื่อให้การยึดติดกับพื้นเคลื่อนที่ได้ยากขึ้น ควรเป็นโต๊ะที่ไม่มีเหลี่ยมคม เพราะอาจเกิดอันตรายได้ง่าย
เก้าอี้ตัวโปรด
นอกจากมุมรับแขกแล้ว คุณอาจมีมุมโปรดของคุณเพื่อให้พักผ่อนตามอัธยาศัยได้ในยาวสบายๆ หรือใช้สำหรับนั่งอ่านหนังสือ นั่งฟังเพลง และกิจกรรมอื่นๆ คุณควรมีเก้าอี้ตัวโปรดของคุณไว้ในมุมสบายที่แยกเป็นส่วนตัว และเลือกที่ให้ความนุ่มสบายกับคุณได้มากที่สุด ในเรื่องขนาดนั้นก็แล้วแต่ความพึงพอใจได้เลย
ตู้โชว์
สำหรับแสดงสิ่งของสะสมของคุณ หรือของสวยงามที่คุณเก็บรวบรวมไว้ เป็นตู้แห่งความทรงจำ และช่วงเวลาดีๆ ของคุณ ตลอดจนบ่งบอกถึงตัวตนของคุณได้เป็นอย่างดี
หากคุณต้องการเฟอร์นิเจอร์เฉพาะตัวในแบบของคุณ โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ ก็เป็นทางเลือกที่คุณสามารถใช้บริการได้
8
กระจก นับได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสวยงามอย่างหนึ่งในการนำมาใช้งานได้อย่างเกิดประโยชน์และมีความสวยงาม อีกทั้งยังช่วยให้ตัวบ้านหรือตัวอาคารมีความสว่างเข้ามาอย่างเพียงพอ

กระจกที่นิยมนำมาใช้ในการตกแต่งอาคารมีด้วยกันหลายประเภท ทั้งกระจกนิรภัย เช่น กระจกลามิเนต กระจกเทมเปอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกระจกประเภทอื่นๆ อีก ดังนี้

กระจกตัดแสง (Tinted Float Glass)
กระจกตัดแสงหรือเรียกอีกแบบว่ากระจกโฟลทสี คือกระจกที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยระบบโฟลทเช่นเดียวกันกับโฟลทใส กระบวนการจึงแทบไม่ต่างกับ กระจกโฟลทใส แตกต่างกันตรงที่เพิ่มสารประกอบเช่น อ๊อกไซด์ของโลหะบางประเภท ได้แก่ เหล็ก และโคบอลต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับความร้อนที่ดีขึ้น โดยทั่วไปสีของกระจกโฟลทสีมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีชาดำ สีเขียวเข้มและสีฟ้าเข้ม โดยสีดังกล่าวเป็นสีที่ออกแบบมาให้เสริมภาพลักษณ์ของอาคารและไม่มีผลต่อการมองทะลุเข้าออกแต่อย่างไร

กระจกลวดลาย (Figured Glass)
กระจกลวดลาย คือกระจกที่ถูกพิมพ์ลายลงไปบนด้านหนึ่งของกระจก โดยด้านหนึ่งจะมีผิวขรุขระตามลวดลายและอีกด้านหนึ่งจะมีลักษณะเรียบ ตัวกระจกจะมีลักษณะกึ่งโปร่งแสงคือมองเห็นเพียงสลัวๆ ไม่สามารถมองทะลุได้ สิ่งที่เห็นจะเป็นเพียงแค่เงาลางๆเท่านั้น เป็นกระจกที่เหมาะกับงานตกแต่งภายในเป็นอย่างมาก โดยสามารถนำไปประดับเป็นกระจกสำหรับงานประตู ฉากกั้นห้อง ช่องแสงเหนือประตู กั้นโคมไฟ ฯลฯ เหมาะสำหรับสถานที่ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น บ้านพักอาศัยทุกประเภท อาคารสูง อาคารสำนักงาน โรงแรม อาคารพาณิชย์ ศูนย์แสดงสินค้า ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

กระจกฝ้า (Frosted Glass)
กระจกฝ้าคือกระจกที่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้กระจกนั้นหมดความใส เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดการมองผ่านทะลุแต่ไม่มืดในทีเดียว กล่าวคือแสงยังสามารถผ่านกระจก เข้ามาเพื่อทำให้พื้นที่ภายในสว่างขึ้นแต่ไม่สามารถมองเห็นภาพข้างหลังกระจก ได้ชัดเจน สิ่งที่เห็นมีเพียงเงาลางๆเท่านั้น กระจกฝ้ามักถูกใช้งานในบริเวณของห้องน้ำมากที่สุดเนื่องจากเป็นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงบวกกับเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะกับการใช้งานผ้าม่านเนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีความชื้นสูง ต้องการแสงผ่านเข้าในระดับหนึ่ง

กระจกต่างๆ ที่นิยมนำมาใช้ในการตกแต่งบ้านนี้ มีความสวยงาม และมีความเหมาะสมในการนำมาใช้งานได้อย่างง่ายดาย แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของกระจกนั้นๆ และคำนึงถึงเรื่องของการใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากที่สุดก่อนด้วยทุกครั้ง หากต้องการใช้งานในส่วนที่ต้องการความทนทานอย่างมาก ก็ควรเลือกใช้เป็นกระจกเทมเปอร์ ซึ่งมีความทนทานได้อย่างดี
9
เราเองก็ไม่ทราบสรรพคุณด้านอื่นของการที่จะทาน เห็ดหลินจือสกัด หรอกนะแต่สาเหตุหลักๆที่ทำให้เราตัดสินใจอย่างแน่นอนในการที่จะหาซื้อมาใช้แม้ว่าราคาในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้อนี้ค่อนข้างที่จะแพงกว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้ออื่นๆที่เราเคยทานมาไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์นมผึ้งอะไรพวกนี้มันก็แพงอยู่แต่ไม่แพงมากเท่าๆกับผลิตภัณฑ์นี่เห็ดหลินจือสกัดบอกได้เลยว่าแผนที่สุดแล้วเท่าที่เราเคยรับประทานมาแต่แม้ว่าจะมีราคาแพงเราก็ยินยอมในการที่จะจ่ายเงินในการที่จะหาซื้อมาใช้เพราะเราได้ข่าวมาว่ามันมีสรรพคุณในการที่จะช่วยให้เรานอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอคนที่ไม่เคยมี ปัญหาการนอนไม่หลับไม่ทราบหรอกว่ามันคือความทุกข์ทรมานขนาดไหนฉันไปซ้ายไปขวาเค้านอนหลับกันหมดแล้วก็คงจะมีแต่เราเป็นคนเดียวนี่แหละที่นอนไม่หลับมันเป็นอะไรที่ทำให้เราทรมานจริงๆเมื่อได้ยินได้ฟังมาว่าการทานผลิตภัณฑ์เห็นเห็ดหลินจือสกัดจะช่วยให้เรานอนหลับได้ดีขึ้นเราจึงตัดสินใจในการที่จะหาซื้อมาใช้เพราะได้หาซื้อมาใช้ปรากฏว่าผลในเรื่องของการนอนหลับพักผ่อนมันได้ผลที่ดีจริงๆเราเองไม่ทราบหรอกนะว่ามันมีส่วนประกอบอะไรแต่เท่าที่เราผ่านมามันทำให้เรานอนหลับได้ดีจริงๆ
10
อสังหาริมทรัพย์ / การทำงานของมัณฑนากรมืออาชีพ
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 09 สิงหาคม 2018, 08:02:23 AM »
มัณฑนากรเป็นผู้ที่ทำการคิดและวางแผนการออกแบบตกแต่งภายในอาคาร สถานที่ทำงานหรือบ้านพักอาศัย ซึ่งมัณฑนากรจะต้องทำการดำเนินงานร่วมกับผู้ว่าจ้างในขั้นตอนต่างๆ โดยมีลักษณะงานเกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งภายในรวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายในอาคารโดยการนำความรู้และความคิดในด้านศิลปะ การออกแบบ การผลิตและการตลาดมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อทำการก่อสร้างให้สำเร็จสมบูรณ์ ซึ่งมัณฑนากรจะต้องดำเนินงานโดยการกำหนดรายละเอียดของส่วนประกอบ จัดวางแผนผังของแบบ รวมทั้งควบคุมดูแลการทำงานของช่างตกแต่งภายใน เช่น การ รับออกแบบร้านทำเล็บ มัณฑนากรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของคลินิกแต่ละประเภท รวมถึงวัตถุประสงค์ เพื่อให้การออกแบบตกแต่งนั้นเหมาะสมเป็นไปตามที่ต้องการมากที่สุด

ลักษณะงานของมัณฑนากร
1. ทำหน้าที่ในการจดบันทึกรายละเอียดสำหรับทำการออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจและให้เป็นที่สะดุดตามากที่สุด มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบงานแต่ละประเภทเป็นอย่างดี
2. ศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างและคำนวณงบประมาณราคาที่ต้องใช้สำหรับการดำเนินงานออกแบบตกแต่งภายในทั้งหมด โดยจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพที่เหมาะสมของวัสดุ เพื่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอยและตรงตามเป้าหมายการใช้งานภายในอาคารแต่ละประเภท
3. นำเสนองบประมาณและแบบแผนที่ได้จัดทำไว้ ให้ลูกค้าทำการพิจารณาและแก้ไขดัดแปลงเพิ่มเติมได้ โดยมีระยะเวลาตามที่กำหนด และมีขั้นตอนในการแก้ไขรายการ หลังจากที่แบบได้รับการแก้ไขจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงจะสามารถส่งแบบต่อไปให้กับช่างเพื่อทำการดำเนินงานตามโครงสร้างที่ได้วางแผนไว้
4. ดำเนินการและประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงระบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างงานออกแบบตกแต่งภายใน สำหรับในช่วงเวลาที่ก่อสร้างนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือนักออกแบบจะต้องคอยดูการตกแต่ง การเลือกใช้วัสดุต่างๆของโครงการว่ามีความเหมาะสมและตรงกับแผนที่ได้จัดทำไว้หรือไม่ และที่สำคัญต้องคอยเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการตกแต่งตลอดโครงการ
5. ให้คำแนะนำและพูดคุยปรึกษากับช่างเกี่ยวกับแบบแผนของงานออกแบบ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานให้ออกมาตรงตามเงื่อนไขสัญญาที่กำหนดไว้ เป็นเรื่องที่นักออกแบบและตกแต่งภายในมืออาชีพทิ้งไปไม่ได้ เพราะนอกจากเป็นนักออกแบบที่ดีแล้วยังต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดีด้วยเช่นกัน
หน้า: [1] 2 3 ... 10

SMF 2.0.4 | SMF © 2011, Simple Machines